4
คนฉวยโอกาส!
นิ้วและปากของเฟอร์ทรีซคงทำงานอย่างพร้อมเพรียงเพื่อส่ง
ทอฟ้าถึงสวรรค์ เขาดูจากอาการที่เธอหลับตาพริ้ม ดิ้นเร่า ๆ กายสาวเบียดเข้าหานิ้วที่ดันเข้าออกอย่างเหิมเกริมและเร็วรัว
จนกระทั่งรอยยิ้มของเฟอร์ทรีซกระตุกอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียง
กรีดร้องของทอฟ้า หญิงสาวทิ้งสะโพกกลมมนลงบนโซฟาสภาพหอบโยน
อ่อนแรง คนฉวยโอกาสมีสีหน้าฉงน ข้องใจบางอย่างที่ได้สัมผัสเมื่อกี้
แต่กระนั้นเฟอร์ทรีซก็ไม่ได้ปลุกทอฟ้าขึ้นมาถาม ยอมปล่อยให้หญิงสาวนอนพักผ่อน จับเธอแต่งตัวกลับเหมือนเดิมราวเป็นเด็กเล็ก
ทว่าแววตาของเฟอร์ทรีซยังไม่คลายสงสัย ขณะที่ความปวดหนึบเริ่มก่อตัวตรงหว่างขา กรามแกร่งขบกันแน่น ข่มกลั้นความทรมานที่จะไม่ลักหลับใครในยามนี้ ที่ทำกับเธอนี่ก็น่าอายแล้ว
ปกติเฟอร์ทรีซชอบฟังเสียงร้องของผู้หญิงที่นอนด้วยมากกว่า กรณีของทอฟ้ายกเว้น เพราะอยากสัมผัสเธอแม้ภายนอกก็ตามที หน้าหล่อ ๆ ก้มลงประทับจุมพิตบนกลีบปากอิ่มนุ่มแผ่วเบาแล้วถอนออกอย่างเสียดายและตัดใจไม่ล่วงเกินอีก ร่างสง่าในชุดคนไข้ผละลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทอดมองมายังทอฟ้าที่หลับอย่างอ่อนล้าจากงานและยังต้องตกใจที่ถูกเขาล่วงเกินแบบไม่ทันตั้งตัว
เฟอร์ทรีซกลับไปนอนบนเตียง หนุ่มหล่อยิ้มกรุ้มกริ่มมองทอฟ้าที่หลับปุ๋ย เปรยออกมาน้ำเสียงแฝงแววเจ้าเล่ห์เหลือร้าย
‘พรุ่งนี้ตื่นมาเธอจะทำหน้าอย่างไร ทอฟ้า’
“ตื่นแล้วหรือครับ เช็ดตัวเลยไหมจะได้ทานข้าว”
เสียงคุ้นหู หากไม่ใช่ที่อยากได้ยิน นัยน์ตาคมกริบสีอินทผลัมกวาดมองหาใครบางคน
ทารีฟมองตามสายตาของพี่ชายต่างมารดา ก่อนจะเอ่ยถาม
“พี่หาใครครับ”
“ทอฟ้าล่ะ”
“ผมมาก็ไม่เจอเธอแล้วครับ”
วันนี้ทารีพมาหาเฟอร์ทรีซแต่เช้าตรู่ เพราะเมื่อวานพี่ชายบังคับให้เขาไปนอนโรงแรม ก็ได้นอนเต็มอิ่มจึงตื่นเช้าไม่รู้จะไปไหนเลยมาโรงพยาบาล พอมาถึงก็ไม่พบทอฟ้าแล้ว ทารีฟจะไปถามพยาบาลหน้าห้องพี่ชายก็ตื่นพอดี
“ไปไม่บอก อย่าให้เจอ” เฟอร์ทรีซคาดโทษคนที่ไปไม่บอกกล่าว เลยไม่รู้กันว่าสิ่งที่เขาทำกับทอฟ้าเมื่อคืนเธอรู้สึกอย่างไร
“เธอคงมีงานด่วนเลยไม่อยากปลุกพี่น่ะครับ”
เฟอร์ทรีซส่งนัยน์ตาคมกริบให้ทารีฟที่แก้ตัวแทนทอฟ้า
ครั้นเห็นสายตาของพี่ชายที่บอกบุญไม่รับแต่เช้า ทารีฟเลยยิ้ม
เจื่อน ๆ รีบเปลี่ยนเรื่องหันไปกดออดเรียกพยาบาลมาเช็ดตัวพี่ชาย
“พยาบาลทอฟ้าไปไหน?”
น้ำเสียงเฟอร์ทรีซเข้มห้วนถามพยาบาลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ด้วยรอยยิ้มหวาน และแทบจะหุบยิ้มทันทีเมื่อเจอสายตาคมกริบและน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก
“พอดีลูกของทอฟ้าเข้าโรงพยาบาลเธอเลยไปเฝ้า ฝากดิฉันให้ดูแลคุณเฟอร์ทรีซแทนค่ะ” พยาบาลตอบเสียงอ่อย หวาดเกรงสายตาคมราวหาเรื่องคู่นั้น ถ้าตอบไม่ถูกใจจะโดนอะไรหรือเปล่าเนี่ย
“คุณไปเถอะ เดี๋ยวผมให้น้องชายจัดการ” คนหล่อเหลากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงบอกสีหน้าเรียบตึง
เขาไม่ต้องการให้พยาบาลคนไหนแตะเนื้อตัว หากไม่ใช่ทอฟ้า
ซึ่งเฟอร์ทรีซก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เหมือนร่างกายเขาเรียกหาพยาบาลสาวหน้าหวานคนนั้น คนที่มีดวงตากลมใสซื่อ ซ่อนความเย้ายวนอย่างทอฟ้า ทำให้พยาบาลสาวที่หวังจะเช็ดตัวเฟอร์ทรีซจำต้องออกจากห้องอย่างเสียดาย อดดูรูปร่างกำยำแน่นกล้ามของคนไข้หล่อเหลาที่ได้ยินจากพยาบาลคนอื่นว่าหุ่นของเขานั้นมันน่าหม่ำขนาดไหน
ถ้าจะพูดให้ถูก ทั้งพี่ชายและน้องชายเป็นขวัญใจของพยาบาลสาว ๆ ชั้นนี้ ที่ผลัดกันเข้ามาทำงานตอนทอฟ้ายังไม่มารับหน้าที่ พอตอนนี้มีโอกาสกลับมาอดเสียอีก
พอคล้อยหลังพยาบาลที่เดินไหล่ตกออกจากห้อง ทารีฟก็จัดการ
เช็ดตัวเฟอร์ทรีซตามคำสั่ง จากนั้นคนเป็นพี่ชายก็กินอาหารจนเสร็จสรรพ ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ทารีฟพาพี่ไปดู...”
พลันเสียงของเฟอร์ทรีซชะงักกึก เมื่อเสียงหวานทักทายเข้ามาก่อนตัว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ชาย วันนี้ยังปวดมือมากไหมคะ” คุณหมอกระดูกคนสวยยิ้มแย้มเข้ามาในห้อง ส่งเสียงถามอาการพี่ชายด้วยรอยยิ้มละมุนหวาน
เมร่าห์หยิบชาร์ตประวัติของเฟอร์ทรีซมาอ่านแล้วยิ้มพอใจที่ไม่มีอาการแทรกซ้อนให้น่าวิตกกังวล ที่เธอให้เฟอร์ทรีซพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะเป็นห่วงพี่ชาย หากผลตรวจเกิดผิดพลาดจะได้รักษาทันท่วงที ซึ่งเฟอร์ทรีซก็เข้าใจและยอมฟังเมร่าห์ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้
“น้องรู้ไหมลูกของทอฟ้าพักอยู่ชั้นไหน”
จากกำลังถามไถ่อาการของพี่ชายกลับถูกถามถึงคนอื่น คิ้วเรียวสวยขมวดหมุ่นอย่างงุนงง กำลังจะอ้าปาก เสียงเคาะประตู พร้อมร่างของศศิวัฒน์เดินเข้ามา เมร่าห์ยิ้มหวานให้สามีสุดหล่อที่เพิ่งจะผละจากกันไม่นาน เพราะต้องไปตรวจคนไข้
เขาคงตรวจคนไข้เสร็จแล้วเลยมาดูอาการของพี่ชายเธอล่ะสิ
“ซีน ลูกของทอฟ้าอยู่ห้องไหน” คำถามไม่ต่างกันหลุดจากปากของเฟอร์ทรีซอย่างเร่งเร้าคาดคั้น ทำเอาคนทั้งสามสีหน้าฉงนทีเดียวว่า เหตุใดพี่ชายถึงสนใจทอฟ้าออกหน้าขนาดนี้
“ครับ” ผู้อำนวยการหล่อเพียงแค่ขานรับ สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามและแปลกใจ ยังไม่ทันจะตอบคนใจร้อนก็ถามต่อ
“ลูกทอฟ้าเป็นอะไรมากไหม”
ศศิวัฒน์หน้าเคร่งขรึม พี่เมียของเขา ชักจะอย่างไร ๆ แล้วสิ สนใจทอฟ้าเกินคนไข้กับพยาบาล หรือว่า...
แต่เขาก็ถามตรง ๆ ไปแล้ว และเฟอร์ทรีซปฏิเสธแล้วนี่
การเงียบของศศิวัฒน์กระตุ้นต่อมหงุดหงิดของเฟอร์ทรีซ คนไข้หนุ่มชักสีหน้า พร้อมน้ำเสียงห้วนเข้มไม่พอใจที่น้องเขยอมพะนำไม่ยอมตอบคำถาม
“ตกลงลูกทอฟ้าเป็นอะไรมากไหมซีน”
“พี่ชายทำไมต้องเสียงดังด้วยคะ” ภรรยาของศศิวัฒน์ปรามพี่ชาย เห็นสีหน้าแดงเข้ม คงหงุดหงิดสามีเธอที่ตอบคำถามช้าไม่ได้ดั่งใจคนใจร้อนที่จ้องมองอย่างขุ่นเคือง
“น้องรู้สึกว่าพี่ชายดูจะสนใจคุณทอฟ้าเป็นพิเศษนะคะ” คำถามอย่างคนช่างสังเกตดังออกจากปากของเมร่าห์ ที่เห็นอะไรก็มักจะไม่เก็บงำ แต่พูดออกมาตรง ๆ แบบนี้เสมอ
“ก็ทอฟ้าดูแลพี่ พอหายไปก็ต้องถาม เรื่องปกติไม่เห็นจะพิเศษตรงไหน” เฉไฉไปได้เรื่อย สีหน้าเรียบเฉยไม่ส่อแววร้อนรนเหมือนเมื่อสักครู่
“ลูกของทอฟ้ามาเข้าโรงพยาบาลเมื่อเช้ามืด เพราะโรคหอบกำเริบครับ คงเพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยอาการเลยกำเริบ สองอาทิตย์ก่อนก็เพิ่งเข้ามา วันนี้มานอนอีกแล้ว เธอเลยมาดูแลพี่ไม่ได้ ผมจะจัดพยาบาลคนอื่นมาดูแลแทนครับ”
ศศิวัฒน์เล่าอาการลูกทอฟ้าอย่างละเอียด คนตัวโตนิ่งฟังพร้อมครุ่นคิดตาม
“คราวนี้ลูกของทอฟ้าต้องอยู่โรงพยาบาลนานไหม” เฟอร์ทรีซถามต่ออย่างสนอกสนใจ หากสีหน้ายังเรียบเฉยไม่บอกความรู้สึกใด ๆ
เฟอร์ทรีซรู้ว่าค่าใช้จ่ายต่อคืนของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ไม่ใช่
น้อย ๆ เหมือนโรงพยาบาลรัฐบาล ไม่อย่างนั้นทอฟ้าคงไม่ทำงานหนักเพื่อหาเงินมารักษาลูกชายที่ป่วยด้วยโรมรุมเร้าตัวเป็นเกลียวแบบนี้
“จากที่ฟังหมอเจ้าของไข้ น่าจะประมาณสามวันครับ” ศศิวัฒน์บอกสิ่งที่รู้จากหมอเจ้าของไข้ลูกชายของทอฟ้าให้เฟอร์ทรีซรับทราบ
แล้วทุกสายตาเฝ้าสังเกตอาการของมหาเศรษฐีดูไบที่นิ่งเงียบราวใช้ความคิดที่ไม่มีใครเดาออกว่าเขาจะทำอะไร
“พี่จะพักผ่อน”
เมื่อเจ้าของห้องบอกแบบนั้น ศศิวัฒน์และเมร่าห์จึงพากันออกไปตรวจคนไข้ห้องอื่น ปล่อยเฟอร์ทรีซอยู่กับทารีฟที่พาตัวเองมาหย่อนก้นนั่งบนโซฟาตัวที่ทอฟ้านอนเมื่อคืนตามลำพัง
ภายในห้องเงียบอยู่สองนาที เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น เรียกสายตาของทารีฟหันไปมองพี่ชายต่างมารดาที่ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
“ทารีฟ นายไปจัดเตรียมบางอย่างที”
คนถูกเรียกชื่อเดินเข้าไปหาเฟอร์ทรีซเพื่อรับคำสั่ง เขาฟังเงียบ ๆ ไม่ซักถาม พยักหน้ารับ เมื่อพี่ชายต่างมารดาสั่งความเรียบร้อย เขาก็ออกจากห้องไปจัดการทันที
นัยน์ตาสีอินทผลัมเฝ้ามองร่างบอบบางในชุดเดิมที่เธอใส่มานอนเฝ้าเขานิ่ง ทอฟ้ากำลังเช็ดตัวลูกชายที่นอนบนเตียงคนไข้ ภายในห้องนั้นมีเตียงคนไข้สี่เตียง โดยเตียงของลูกชายทอฟ้าอยู่ใกล้ประตู ทำให้คนเฝ้ามองเห็นการเคลื่อนไหวของเธอได้ถนัดชัดเจน
รอยยิ้มอ่อนหวานของทอฟ้าที่เต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูลูกชายวัยเจ็ดขวบที่นอนให้เช็ดตัว จมูกมีเครื่องพ่นยาครอบไว้ให้หายใจโล่งสะดวกขึ้น
ภาพสองแม่ลูกตรึงสายตาของเฟอร์ทรีซและทารีฟให้นิ่งมอง เหตุผลที่คนตัวโตหล่อเหลามาปรากฏกายที่นี้ หลังเฟอร์ทรีซสั่งทารีฟไปจัดการตรวจสอบหนี้สินของทอฟ้าที่มีกับโรงพยาบาลของศศิวัฒน์ รับรู้ถึงจำนวนเงินเป็นหลักล้านที่ทอฟ้าต้องผ่อนชำระแต่ละเดือนแทบจะไม่มีวันหมด เพราะ
ลูกชายของเธอเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ทำให้ยอดมีแต่เพิ่มขึ้น ๆ คนเป็นแม่จึงต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างที่เฟอร์ทรีซได้รับรู้จากศศิวัฒน์
“เรื่องที่พี่สั่งเรียบร้อยไหม”
หลังกลับจากไปส่องดูทอฟ้า ก็ถามเป็นงานเป็นงานอีกเรื่องที่สั่ง
ทารีฟให้จัดการ
“ไม่เกินห้าวันทุกอย่างเรียบร้อยครับ” ทารีฟรายงานตามที่สั่งเลขาของตนที่ดูไบให้จัดการบางอย่างตามความต้องการของเฟอร์ทรีซ
“แล้วเรื่องงานที่โน่นมีปัญหาอะไรไหม” หันมาถามเรื่องงานบ้าง แม้จะอยู่ในโรงพยาบาลทว่าเฟอร์ทรีซก็ให้ทารีฟคอยประสานงานที่ดูไบเป็นระยะ
“มีออร์เดอร์รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาเพิ่ม และบริษัททางยุโรปขอเซ็นสัญญาสั่งน้ำมันกับเราครับ”
“ใช่ประเทศที่เราค้าขายด้วยหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ครับ เขาเคยสั่งกับบริษัทของฮัลยา แต่ผมสืบรู้มาว่าที่เขาเปลี่ยนมาสั่งกับเรา เพราะบริษัทฮัลยานำน้ำมันปาล์มผสมกับน้ำมันดิบครับ”
“ทำธุรกิจไม่ซื่อสัตย์แบบนั้นได้ยังไง”
เฟอร์ทรีซตำหนิบริษัทของ ฮัลยา มัสซา ฟารีนา ที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมันและเจ้าของโรงแรมหรูในดูไบหลายแห่ง เขาเคยได้ยินมาเหมือนกัน ว่าบริษัทของฮัลยาไม่ซื่อสัตย์ ผสมน้ำมันปาล์มลงในน้ำมันดิบก่อนส่งลูกค้า ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเรื่องจริง เหมือนตัดทางทำมาหากินของตัวเองชัด ๆ ไม่รู้จะเรียกฉลาดแกมโกงหรือโง่กันแน่
ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นบิดาจนมาถึงเขาถูกสั่งสอนให้รักษาความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นสมบัติของคนทำธุรกิจ เฟอร์ทรีซยึดถือคำนั้นเสมอมาตราบทุกวันนี้ ธุรกิจของเขาไม่เคยประสบปัญหาถ้าไม่ถูกกลั่นแกล้งจากคู่แข่ง
“แล้วทั้งสองนัดเซ็นสัญญาเมื่อไหร่”
“รอพี่ชายพร้อมครับ”
ได้ยินดังนั้นเฟอร์ทรีซก้มมองมือขวาที่มีเฝือก ก่อนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแฝงอำนาจเต็มเปี่ยมในฐานะซีอีโอ ที่ต้องบริหารโรงแรมหรู โรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่สุด บ่อน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า และล่าสุดก็ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกในดูไบ แม้จะรวยน้ำมัน ทว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะเป็นที่นิยมในยุคนี้ ทำให้เฟอร์ทรีซที่หัวคิดทันสมัยไหวตามโลกได้อย่างกลมกลืนจึงเปิดธุรกิจนี้ขึ้นมา
“พี่จะถามเมร่าห์ว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ จากนั้นเราจะกลับดูไบ!”
เฟอร์ทรีซนอนโรงพยาบาลมาสี่วัน แต่ได้ใกล้ชิดทอฟ้าเพียงสองวัน กระนั้นเมื่อคืนเขาก็มอบสิ่งที่เขาต้องการให้แก่เธอ ป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าเธอชอบไหม อยากให้เขามอบมันมากกว่านั้นหรือเปล่า คนที่เขาตั้งใจปรนเปรอดันหายหน้าไปตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ยังไม่ทันที่เขาจะได้รู้ความรู้สึกของพยาบาลสาวสวยหน้าหวาน
และบางอย่างที่สะกิดใจเฟอร์ทรีซอีกครั้ง!
ซึ่งเฟอร์ทรีซคิดว่าไม่ยากที่จะหาคำตอบจากเรือนร่างหอมละมุนของทอฟ้าอีก สำหรับผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมาอย่างโชกโชน สามารถกำราบพวกเธอทุกคนได้บนเตียง จบกิจกรรมก็ต่างคนต่างไปไร้ข้อผูกมัด นี่คือกฏเหล็กของ เฟอร์ทรีซ คาลิฟา อัจมาน ที่สาว ๆ ค่อนโลกรู้ดี แต่ใช้กับทอฟ้าไม่ได้ เธอไม่แม้แต่จะยอมเขา ดูท่าไม่สนใจสิ่งที่เขาทำต่อร่างกายเธอด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงเอาหน้าสวยหวานมาให้เขาเห็นแล้ว
“ทารีฟไปตามทอฟ้ามาพบพี่” กลายเป็นคนตัวโตหล่อเหลาคมเข้มที่รุ่มร้อนอยากเห็นหน้าสวยหวาน ดวงตาใสแบ๊ว และอยากรู้ความรู้สึกของ
ทอฟ้ากับเหตุการณ์เมื่อคืน จึงสั่งทารีฟไปตามทอฟ้ามาพบ